สื่อดิจิทัลหลัก ตอนที่ 2: Messenger, คอนเทนต์ Display และช่องทาง Search
- 15 ก.ย. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 21 ก.ค.

ในโพสต์แรก เราเล่าเรื่องราวว่าช่องทางวิดีโอและโซเชียลมีเดียได้กลายมาเป็นสิ่งสำคัญต่อกลยุทธ์การตลาดในปัจจุบันอย่างไร ในส่วนที่สองนี้ เราจะพิจารณาอีกสี่ช่องทางที่สำคัญไม่แพ้กันในการเข้าถึงและดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ แอปพลิเคชันส่งข้อความ การโฆษณาแบบดิสเพลย์ การตลาดคอนเทนต์ และการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหา แต่ละช่องทางมีบทบาทเฉพาะตัวในเส้นทางของลูกค้า และเมื่อนำมารวมกันแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นชุดเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับนักการตลาด
แพลตฟอร์มการส่งข้อความ: เข้าถึงโดยตรงและมีความเป็นส่วนตัว
แอปส่งข้อความได้เปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารของผู้คน และกลายมาเป็นพื้นที่อันมีค่าที่แบรนด์ต่างๆ ใช้ในการติดต่อโดยตรงกับลูกค้า
LINE เป็นแอปพลิเคชันส่งข้อความแชทยอดนิยมในประเทศไทย มีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 40 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ผู้ลงโฆษณาจำเป็นต้องดึงผู้ใช้ให้ติดตามบัญชีของแบรนด์ก่อนจึงจะสามารถส่งข้อความได้ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายจะถูกจำกัดตามอายุ เพศ และจังหวัด แต่ LINE นำเสนอรูปแบบที่สร้างสรรค์ เช่น คูปองและการออกแบบ Rich Menu เพื่อสร้างความน่าสนใจให้ผู้ใช้ได้ ต้นทุนต่อ Reach อยู่ที่ประมาณ 0.10 บาท
Facebook Messenger มีผู้ใช้ประมาณ 20 ล้านคนในประเทศไทย และอนุญาตให้กำหนดเป้าหมายได้แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เลือกใช้งาน เนื่องจาก Messenger เป็นส่วนหนึ่งใน Ecosystem ของ Facebook จึงได้รับประโยชน์จากความสามารถในการกำหนดเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน ค่าใช้จ่ายต่อการเข้าถึงอาจต่ำเพียง 0.03 บาท ทำให้มีประสิทธิภาพสูง
จุดแข็งของแพลตฟอร์มการส่งข้อความอยู่ที่ลักษณะเฉพาะตัว ข้อความของแบรนด์สามารถปรากฏในพื้นที่เดียวกับที่ผู้ใช้พูดคุยกับเพื่อน ทำให้เกิดความรู้สึกใกล้ชิดและทันทีทันใด
การโฆษณาแบบ Display: ป้ายโฆษณาแบบดิจิทัล
การโฆษณาแบบดิสเพลย์เป็นหนึ่งในรูปแบบโฆษณาออนไลน์ที่เก่าแก่ที่สุด แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญ โฆษณาแบบดิสเพลย์ปรากฏบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่างๆ ผ่านเครือข่ายและช่องทางการซื้อขายต่างๆ เข้าถึงผู้ใช้หลายล้านคน
จุดแข็งของการโฆษณาแบบ Display ได้แก่
เข้าถึงผู้คนได้ในวงกว้าง (มากกว่า 30 ล้านคนในประเทศไทย)
การกำหนดเป้าหมายขั้นสูง (ตำแหน่งบนแผนที่ การจัดกลุ่มเป้าหมาย และการ Retarget)
รูปแบบการโต้ตอบที่กระตุ้นการคลิกและการมีส่วนร่วม
เครื่องมือติดตามเพื่อวัดการเข้าถึง ความถี่ และประสิทธิผล
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ทรงพลังที่สุดคือ การทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายเดิม (retargeting) ซึ่งผู้ใช้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์แล้วจะเห็นโฆษณาอีกครั้งทั่วทั้งเว็บ วิธีนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าที่สนใจจะได้รับการเตือนจนกว่าจะพร้อมที่จะตัดสินใจซื้อ
การตลาดคอนเทนต์: ให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ
การตลาดคอนเทนต์เน้นสร้างและแบ่งปันข้อมูลอันทรงคุณค่าเพื่อดึงดูดและสร้างความผูกพันกับผู้ชม โดยทั่วไปแล้วเนื้อหาจะปรากฏในสองรูปแบบหลัก
เครือข่าย Content Discovery (โฆษณาเนทีฟ) นำเสนอบทความหรือคำแนะนำตามเว็บไซต์ข่าวและไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์มอย่าง Taboola ช่วยให้แบรนด์ต่างๆ เอาชนะ "Banner Blindness (พฤติกรรมผู้ใช้เว็บไซต์ที่จะหลีกเลี่ยงการมองจุดที่มักมีโฆษณาโดยอัตโนมัติ)" ด้วยการผสมผสานโฆษณาเข้ากับบทความยาว การจัดวางแบบนี้มักทำให้มีอัตราการคลิกผ่านที่สูงขึ้น และต้นทุนต่อคลิกโดยเฉลี่ยในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 3 บาท
การตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์ อาศัยความไว้วางใจที่ผู้คนมีต่อบุคคลที่มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์อาจเป็นได้ทั้งดาราคนดัง ไมโครครีเอเตอร์ หรือบล็อกเกอร์เฉพาะกลุ่มที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ติดตาม คำแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์ให้ความรู้สึกจริงใจมากกว่าโฆษณาแบบตรงๆ ทำให้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีส่วนร่วม ค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ บางครั้งเพียง 0.5-1 บาทต่อ Reach
ความสำเร็จของการตลาดเนื้อหาขึ้นอยู่กับ คุณภาพ เนื้อหาที่ดีสร้างความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือ ในขณะที่เนื้อหาที่แย่ก็อาจส่งผลเสียต่อแบรนด์
การตลาด Search: ตอบสนองความต้องการในเวลาที่เหมาะสม
การตลาด Search เป็นอีกช่องทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดช่องทางหนึ่ง สามารถเข้าถึงผู้คนซึ่งกำลังค้นหาข้อมูล สินค้า หรือบริการอย่างจริงจัง
ผลการค้นหามี 2 ประเภท
การค้นหาแบบออร์แกนิก: ผลลัพธ์ที่ปรากฏตามธรรมชาติโดยอิงตามความเกี่ยวข้องและ SEO การสร้างอันดับแบบออร์แกนิกต้องใช้เวลา แต่สามารถสร้างมูลค่าในระยะยาวได้
การค้นหาแบบชำระเงิน: ผลลัพธ์ที่ปรากฏเนื่องจากผู้ลงโฆษณาเสนอราคาคีย์เวิร์ด การค้นหาแบบชำระเงินช่วยให้มองเห็นได้ทันที แต่จำเป็นต้องมีการจัดการงบประมาณอย่างรอบคอบ
เมื่อสร้างกลยุทธ์การค้นหา นักการตลาดควรพิจารณาหมวดหมู่คำหลักสามหมวดหมู่
Keyword อิงแบรนด์ (เช่น “Audience IQ”)
Keyword ทั่วไป (เช่น “เอเจนซี่การตลาดในประเทศไทย”)
Keyword อิงคู่แข่ง (เช่น “Ogilvy Thailand”)
ต้นทุนขึ้นอยู่กับรูปแบบการเสนอราคา (Bidding) ตัวอย่างเช่น คำหลัก "MBA" อาจมีราคาสูงถึง 30 บาทต่อคลิกในประเทศไทย ค่าใช้จ่ายจะสูงหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับมูลค่าลูกค้าที่แบรนด์ได้รับ สิ่งสำคัญคือการติดตามและปรับเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญอย่างต่อเนื่อง
รวมทุกช่องทางเข้าด้วยกันกัน
แอปพลิเคชันแชทส่งข้อความ, การโฆษณา Display, การตลาดคอนเทนต์ และการ Search ล้วนมีบทบาทเฉพาะตัวในช่องทางการตลาด การส่งข้อความสร้างปฏิสัมพันธ์เฉพาะบุคคล Display สร้างการเข้าถึงในวงกว้าง คอนเทนต์สร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจ และการ Search ดึงดูดคนที่กำลังต้องการบางอย่างอยู่ เมื่อผสานรวมกับช่องทางวิดีโอและโซเชียลมีเดีย นักการตลาดสามารถสร้าง กลยุทธ์ Omni-channel ที่แท้จริง ซึ่งเข้าถึงผู้คนได้ในทุกขั้นตอนของ Customer Journey
ในขณะที่ตลาดการแข่งขันดิจิทัลยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ชัดเจนว่าไม่มีช่องทางใดช่องทางหนึ่งที่ดีพอสำหรับกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการผสานรวมใช้แพลตฟอร์มที่หลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับข้อความที่สอดคล้องกันในทุกช่องทาง ผ่านการใช้ข้อความ การแสดงผล (Display) คอนเทนต์ และการค้นหา (Search) ควบคู่ไปกับวิดีโอและโซเชียลมีเดีย ธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างแคมเปญที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
หากคุณต้องการเจาะลึกเซสชันนี้ คุณสามารถรับชมการบรรยายฉบับเต็มได้ที่นี่:
อยากรู้ว่าช่องทางสื่อดิจิทัลของคุณมีประสิทธิภาพแค่ไหน คลิกด้านล่างเพื่อขอรับคำปรึกษาและการ Audit หาแนวทางและข้อมูลเชิงลึกจาก AIQ ฟรี และค้นพบโอกาสในการเพิ่มการเข้าถึงและผลลัพธ์
.png)



